ภาพวาดที่ถูกทอดทิ้ง

posted on 10 Mar 2008 14:34 by sakdam

ฉันคือหนึ่งในภาพวาดหลายๆ ภาพ

ฝีมือของ ลำพู กันเสนาะ*

ที่ส่งให้บรรณาธิการต้นฉบับนวนิยาย

เรื่อง "ตุ๊กตาไล่ฝน" เลือก

ภาพที่ส่งมาพร้อมกันนั้นมีจำนวนมาก

เกินกว่าที่จะสามารถลงในหนังสือได้หมด

จำต้องมีหลายภาพสิ้นสิทธิ์

และฉัน...คือหนึ่งในนั้นที่ถูกทอดทิ้งออกมา

 

 

* ผู้วาดภาพประกอบหนังสือ "ตุ๊กตาไล่ฝน"

ศิลปินรางวัลยอดเยี่ยม สาขาศิลปะสองมิติ โครงการ Young Thai Artist Award

2006 และอีกหลายๆ รางวัลในหลายโครงการ

ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร

edit @ 10 Mar 2008 20:25:45 by ศักดา สาแก้ว

คำนิยม

posted on 09 Mar 2008 16:33 by sakdam

 

"ตุ๊กตาไล่ฝน" "เรื่องราวเล็กๆที่ซ่อนปนอยู่ในหลืบลึกของแผ่นฟ้าอันมืดมน"

สกุล บุณยทัต 

 

           "ชีวิตของมนุษย์ในทุกวันนี้เหมือนถูกจัดวางอย่างไร้ระเบียบ บ้างซุกตัวหลบซ่อนอยู่ในเงามืดของวันเวลา บ้างหลบลี้อยู่กับความผันผวนของอารมณ์เร้นลึก และบ้างก็ระเกะระกะอยู่กับจิตสำนึกที่ขาดวิ่น

             

              เกิดอะไรขึ้นกับโลกที่มนุษย์กำลังมีชีวิตอยู่... เหตุเพราะความคิดของมนุษย์ชั่วร้าย หรือเหตุเพราะโลกที่มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่นั้นโหดร้ายเอากับจิตวิญญาณของมนุษย์กันแน่"

              

           ผมถือเอาคำกล่าวข้างต้นเป็นข้อคำถามเชิงปริศนาสำหรับการตีความและให้ข้อสรุปแก่ชีวิตผ่านนวนิยายของ "ศักดา สาแก้ว"... "ตุ๊กตาไล่ฝน"... นวนิยายที่ชี้ให้เห็นความเป็นชีวิตของเด็กน้อยที่ต้องตกอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวในครอบครัวและโลกอันสลับซับซ้อนท่ามกลางความยากจนและการทิ้งร้างจากผู้ให้กำเนิด การเผชิญหน้ากับภาวะที่บีบกดจากปัจจัยแวดล้อมในทุกทิศทุกทางกลายเป็นความรู้สึกที่ชัดแจ้ง ซึ่งปรากฏขึ้นในความคิดด้วยความไม่แน่ใจเพียงครั้งเดียว แต่หากกลับติดแน่นอยู่กับก้นบึ้งแห่งความทุกข์ของหัวใจเป็นเวลาเนิ่นนาน

           

             "ตุ๊กตาไล่ฝน" ถือเป็นนวนิยายเชิงสัญญะที่บอกกล่าวถึงนัยความหมายแห่งการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดด้านในให้หลุดพ้นจากการถูกกระหน่ำโบยตี โดยวิกฤติแห่งวิกฤติของชีวิต ภาพสมมติแห่งการคิดฝันทั้งหลายถูกเขียนขึ้นอย่างงดงาม กระจ่างชัดและเข้าใจท่ามกลางเรื่องราวที่ดำเนินไปอย่างมืดดำและไร้ทางออก...ดูเหมือนจะไม่มีความหวังอะไรเหลืออยู่เลยจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น...มันดำเนินไปบนวิถีแห่งความผิดบาปต่อเนื่องกันไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

 

               แต่อย่างไรก็ตาม... "ศักดา สาแก้ว" ก็ได้ใช้เชิงชั้นในการประพันธ์ ผูกเรื่อง และสร้างภาพให้ผู้อ่านได้มองเห็น ภาษาสื่อสารที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของการดิ้นรน การแสวงหาทางออกภายในจิตใจ ตลอดจนการพรรณนาให้เป็นบทสรุปอันเป็นปมแห่งทุกข์ในแต่ละช่วงตอนด้วยสำนวนภาษาที่สื่อถึงจินตภาพ และการเล่นแสงเงาในมิติของศิลปะการแสดงที่แบ่งแยกความจริงออกจากมายาคติด้วยความสัมพันธ์และสอดประสานเชิงสำนึกอันทำให้ภาพแต่ละภาพกลายเป็นแบบอย่างทางวรรณกรรมเชิง "สุนทรียภาพ" ที่เน้นให้เราได้เห็นว่า แม้ความทุกข์ในชีวิตจะเป็นเรื่องอันแสนจะโศกเศร้า... และภาวะแห่งการไร้ทางออกจะทำให้ชีวิตของมนุษย์มาถึงจุดตีบตีนสักเพียงใด แต่หากมุมมองของการสร้างสรรค์เป็นไปโดยเข้าใจมูลเหตุอันเป็นเบื้องลึกที่ซ่อนหลืบอยู่ในหัวใจทั้งหมด ภาพสะท้อนนั้นก็จะปรากฏออกมาได้ด้วยสีสันอันชวนให้ใคร่ครวญเสมอ

        

                นี่คือนวนิยายเรื่องหนึ่งที่ฉีกหนีออกไปจากความจำเจดั้งเดิม ทั้งรูปแบบ เนื้อหาและวิธีของการนำเสนอ... มันอาจจะเปรียบได้กับภาพของแสงและเงาที่ตัดสลับให้เราได้เห็นกันอยู่ซ้ำๆกัน... สีขาวดำที่เหลื่อมทับถูกแปลงให้กลายเป็นสีเทารองรับความทุกข์และความสุขสอดสลับกันไปอย่างเป็นมิติ... บางขณะผมคิดว่าผมกำลังนั่งดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ส่งสัญญาณแห่งจังหวะและเวลาให้เข้ากันได้อย่างผสมผสาน เป็นสื่อที่เคลื่อนไหวอยู่ในความเร้นลึกของความรู้สึกที่พร่ามัว

            

                 ทุกครั้งที่ผมได้อ่าน "ตุ๊กตาไล่ฝน" ผมมักจะค้นพบความงามในความหมายเชิงการประพันธ์ ที่ "ศักดา สาแก้ว" ได้สร้างขึ้น ได้เห็นภาพลักษณ์ของความทุกข์ ที่ถูกสื่อสารตีความออกมาด้วยจินตภาพอันบริสุทธิ์... ผมถือว่านี่คือจุดเด่นที่สุดในนวนิยายเรื่องนี้ที่ต้องอาศัยทักษะของผู้ประพันธ์เป็น "พลังความหมายอันยิ่งใหญ่"

            

                "ไม่มีใครอยู่รอดได้บนหนทางและสายธารแห่งจิตวิญญาณที่ซ่อนเร้น มันเป็นเรื่องราวเล็กๆที่ซ่อนปมอยู่ในหลืบลึกของแผ่นฟ้าอันมืดมนที่มนุษย์เราทุกคนต้องเรียนรู้ถึงความหมายอันเป็นจุดจบของตนเองโดยลำพังเท่านั้น"

             

                 เหตุดังกล่าวนี้ "ตุ๊กตาไล่ฝน" จึงเกิดขึ้นเพื่อขจัดปัดเป่าความทุกข์ให้ออกไปจากหัวใจ... เพื่อขจัดความเศร้าของชีวิต ไม่ให้หลงเหลือไว้แม้เพียงจินตนาการหรือคราบไคลของหยาดน้ำตา ผมปรารถนาให้ทุกท่านได้อ่านนวนิยายเรื่องนี้เงียบๆ... อ่านเพื่อการมองเห็นและได้สดับตรับฟัง ปรากฏการณ์แห่งโลกและชีวิตผ่านความทุกข์เศร้าขมขื่น ไปสู่ความดีงามของจิตสำนึก ผ่านครอบครัวที่แตกดับไปสู่โลกกว้างที่ไร้ทางออก ทั้งหมดในสิ่งทั้งหมดจะค่อยๆบอกกล่าวถึงวิถีแห่งความอยู่รอดในตัวตนของคนทุกคน ให้ได้ประจักษ์ถึงสัจธรรมแห่งการดำรงอยู่และดำเนินไปทั้งในขณะนี้ และ ณ เบื้องหน้าอย่างแท้จริง                 เกิดอะไรขึ้นกับโลกที่มนุษย์กำลังมีชีวิตอยู่... เหตุเพราะความคิดของมนุษย์ชั่วร้าย หรือเหตุเพราะโลกที่มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่นั้นโหดร้ายเอากับจิตวิญญาณของมนุษย์กันแน่

 

 

 ***ขอขอบพระคุณอาจารย์สกุล บุณยทัต อาจารย์ประจำภาควิชานาฎยสังคีต คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อย่างสูงยิ่ง ที่กรุณาสละเวลามาเขียนคำนิยมให้

edit @ 10 Mar 2008 20:23:12 by ศักดา สาแก้ว

 วันนี้เอาคำวิจารณ์มาฝากนะครับ (ต่อจากนี้จะอัพบล๊อกทุกวันเสาร์นะ---ตั้งแต่มีเน็ตไม่เขียนงานเลยฮือ)

"แม้จะเป็นงานที่มีเนื้อหาดาษดื่น แต่เป็นงานที่งดงามและมีความหมาย เห็นภาษาวรรณศิลป์ในทุกองค์ประกอบ เต็มไปด้วยเชิงชั้นและภาวะเปรียบเทียบทางวรรณศิลป์ ครอบคลุมการสื่อสารสาระเนื้อหา ทั้ง Realistic, Naturalistic, poetic, Symbolic และ Dramatic ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างสอดคล้อง ท่ามกลางมิติปริศนา (Mystic) ที่สื่อพลังกดดันออกมาอย่างเพรียวบางทางวรรณศิลป์ และเทคนิควิธีการจัดวางภาพ การจัดภาพ มุมมองทางภาษาภาพยนตร์ นี่คืองานที่ผสมผสานในส่วนลึกแห่งจินตนาการทางวรรณกรรมที่สมบูรณ์ซึ่งสร้างไม่ได้ง่าย"

อย่าเพิ่งเชื่อนะ HA-HA อยากให้ลองอ่านดู
สำหรับผู้ที่อ่านภาษาไทยไม่ออกก็มีแบบอินเตอร์มาฝากด้วย คนที่อ่านออกทั้งสองภาษาก็ไม่ต้องอ่านอีกเพราะความหมายเหมือนกัน HA-HA

Judge's Comment
"While the storyline appears trite, it retains its beauty and meaning. The language is beautiful, communicating in realistic, naturalistic, poetic, symbolic and dramatic manner. It also offers a sense of mystic. This technique creates a very detailed image. The language and verying angles from which the author develops the story create a sense of cinema. This combination of inspiration and literary creativity is very difficult."

ตุ๊กตาไล่ฝนเป็นงานเขียนชิ้นแรกนะครับ ถ้าไปเห็นที่ร้านหนังสือก็ลองเปิดๆ อ่านดูแล้วกัน หรือถ้าจะให้ดีก็ซื้อเลยครับ ^ ^

edit @ 10 Mar 2008 20:23:26 by ศักดา สาแก้ว

คำนำผู้เขียน

posted on 06 Mar 2008 08:23 by sakdam

           บ้านเพิ่งมีเน็ตเป็นของตัวเอง เลยตั้งใจว่า จะทำบล๊อกใหม่ให้น่าดูน่าอ่าน เริ่มต้นมิรู้ จะเขียนอะไรดี เลยหยิบยกคำนำของตัวเอง ในหนังสือนวนิยาย เรื่อง "ตุ๊กตาไล่ฝน" มาให้อ่านกัน (ขายของอีกแล้ว ^^") เอ้าเชิญอ่านเลยครับท่านผู้ชม

                                                               คำนำผู้เขียน

           ครอบครัวในวันที่พ่อและแม่เกิดมีปัญหากัน ลูกผู้เฝ้ามองดูอยู่มีหรือจะไม่เจ็บปวด และหากถึง ขั้นวิวาทลงไม้ลงมือ ลูกจะวิ่งเข้าไปห้ามเสมอ  ในบางครั้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกว่า เป็นเรื่อง ของผู้ใหญ่ให้ถอยห่าง ลูกก็จะถอยห่างอย่างตั้ง คำถามว่า ไม่ใช่เรื่องของลูก ด้วยหรือ จวบกระทั่งวันที่พ่อแม่เลิกร้างกัน แม้จะเหลือ ใครคนใดคนหนึ่งไว้ให้เคียงข้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสุขความและอบอุ่นของลูกสักส่วนย่อมแหว่งวิ่นไป

แล้วถ้าสมมุติว่า การเลิกร้างของพ่อแม่เหลือลูกทิ้งไว้ ตามลำพังล่ะ ลูกจะอยู่และเป็น อย่างไร---ตุ๊กตาไล่ฝนถูก เขียนขึ้นจากคำถามดังกล่าว นำเสนอผ่านชีวิตของไหม เด็กสาววัย 15 ปี ผู้พิการ

            ผู้เขียนไม่ได้มีความสุขแต่อย่างไร ที่เขียนความรัน ทดให้กับไหม บอกตามตรงอย่าง สัตย์จริง ยามไหมเศร้า  ความสงสารบีบเค้นหัวใจเหลือเกิน ตลอดเมื่อไหมร่ำไห้ น้ำตาจะ ไหลออกตามเกินหักห้าม บางครั้งหยุดเขียนกลาง คัน เพราะรู้สึกว่า ทำร้ายตัวละครมาก เกินไป ทั้งยังคล้าย ตัวเองถูกทำร้ายด้วย

              ทว่าเรื่องนั้นต้องดำเนินต่อจนจบ---กลับมาเขียนต่อ โดยพยายามบอกตัวเองว่า นี่เป็น เพียงเรื่องแต่งเท่านั้น ---แต่ลึก ๆ รู้ดี แต่งขึ้นจากเสี้ยวชีวิตหนึ่งวัยเยาว์ของตัวเอง ---นี่ กระมังที่ทำให้เศร้า และเสียน้ำตาบ่อยครา กว่าเรื่องจะจบลงได้

edit @ 10 Mar 2008 20:23:37 by ศักดา สาแก้ว